มาตรฐานการตรวจร่างกายทางการแพทย์

มาตรฐานการตรวจร่างกายทางการแพทย์

๑.       ตา

     ๑.๑  สายตาซึ่งตรวจด้วยแบบตรวจสายตามาตรฐาน อ่านได้น้อยกว่า ๖/๑๒ (๒๐/๔๐) ในตาแต่ละข้าง

     ๑.๒  ตาบอดสี

     ๑.๓  เปลือกตาแหว่งจนเสียรูป

     ๑.๔  หนังตาตก (Ptosis) จนแลดูน่าเกลียด หรือหนังตาม้วนออกนอก (Ectropion) หรือหนังตาม้วนเข้าใน (Entropion) แม้แต่ข้างเดียว

     ๑.๕  น้ำตาไหลอยู่เสมอ

     ๑.๖  ต้อเนื้อซึ่งงอกเข้าไปในลูกตาดำเกิน ๑ มิลลิเมตร หรือมีลักษณะที่จะลุกลามต่อไป

     ๑.๗  ตาโปน (Exophthalmos) จะเนื่องจากสาเหตุใดก็ตาม จนเห็นได้ชัดและดูน่าเกลียด

     ๑.๘  ตาบอดแม้แต่ข้างเดียว

     ๑.๙  ตาเหล่ (Squint) จนปรากฏชัด

     ๑.๑๐  แก้วตาขุ่น แม้แต่ข้างเดียว (Cataract, Unilateral)

     ๑.๑๑  ม่านตามีขนาดไม่เท่ากันหรือม่านตาฉีกขาด ไม่ได้รูปผิดปกติ

     ๑.๑๒  แผลที่กระจกตาซึ่งทำให้กระจกตาขุ่นแม้แต่ข้างเดียว (Corneal Ulcer with Opacity of Cornea, Unilateral)

     ๑.๑๓  ลูกตาสั่น (Nystagmus)

     ๑.๑๔  ต้อหิน (Glaucoma)

     ๑.๑๕  โรคขั้วประสาทตาเสื่อมทั้งสองข้าง (Optic Atrophy)

๒.  หู คอ จมูก

     ๒.๑  เยื่อจมูกอักเสบเรื้อรัง (Chronic Rhinitis)

     ๒.๒  ฝากั้นของจมูก (Nasal Septum) มีลักษณะ คด (Deviation), ทะลุ (Perforation), ยื่น (Spurs) และงอก (Ridges) จนทำให้ช่องจมูกแคบ

     ๒.๓  เทอร์บิเนต (Turbinates) อักเสบ บวม จนทำให้ช่องจมูกแคบ

     ๒.๔  จมูกบี้จนผิดรูป หรือจมูกบี้เล็กน้อยและพูดไม่ชัด

     ๒.๕  รูปวิปริตต่าง ๆ ของริมฝีปากหรือจมูก การพูดผิดปกติ ทั้งเสียงและการเคลื่อนไหวของริมฝีปาก

     ๒.๖  มีเพดานโหว่ หรือมีเพดานสูงจนพูดไม่ชัด

     ๒.๗  กระดูกมาสตอยด์อักเสบ หรือเคยได้รับการผ่าตัดกระดูกมาสตอยด์ประเภท แรดิกอล มาสตอยเดกโตมี(Radical Mastoidectomy)

     ๒.๘  หูชั้นกลางอักเสบ แม้แต่ข้างเดียว

     ๒.๙  เยื่อหูทะลุ แม้แต่ข้างเดียว

     ๒.๑๐  เยื่อหูบุ๋ม (Retracted ear drum) จนเคลื่อนไหวไม่ได้

     ๒.๑๑  การได้ยินเสียงของหูผิดปกติ

     ๒.๑๒  ใบหูเล็กหรือใหญ่มาก หรือบี้จนปรากฏชัดแม้แต่ข้างเดียว

๓.  ฟันและลิ้น

     ๓.๑  มีฟันไว้เคี้ยวอาหารได้ไม่ครบตามหลักเกณฑ์ คือ

           ๓.๑.๑ กำหนดให้มีฟันกราม (Molars) และฟันกรามน้อย (Premolars) อย่างน้อยข้างบน ๖ ซี่ ข้างล่าง ๖ ซี่

            ๓.๑.๒ ฟันหน้า (Incisors and Canines) ข้างบน ๔ ซี่ ข้างล่าง ๔ ซี่

           ๓.๑.๓  ฟันที่ถอนไปแล้วหากได้รับการใส่เรียบร้อยมั่นคงหรือด้วยวิธีทำสะพาน (Bridge) จึงให้นับเป็นจำนวนซี่ได้ตามจำนวนดังกล่าวข้างต้น จะต้องไม่มีลักษณะดังต่อไปนี้

                    ๓.๑.๓.๑  ฟันเป็นรูผุที่ไม่ได้รับการอุด หรืออุดด้วยวัตถุที่ไม่ถาวร

                    ๓.๑.๓.๒  ฟันที่อุดหรือทำครอบไม่เรียบร้อย

                    ๓.๑.๓.๓  ฟันน้ำนม

                    ๓.๑.๓.๔  ฟันตาย เว้นเสียแต่คลองประสาทได้รับการอุดที่ถูกต้องแล้ว

                    ๓.๑.๓.๕ ฟันยาวผิดปกติ หรือขึ้นผิดที่ หรือเกจนไม่สามารถที่จะจัดให้สบกันได้กับฟันธรรมดาหรือฟันปลอมที่มีอยู่

                    ๓.๑.๓.๖ มีการทำลายอย่างรุนแรงของอวัยวะที่รองรับตัวฟัน เช่น กระดูก เหงือก เยื่อหุ้มรากฟัน

     ๓.๒  ต้องไม่มีช่องว่างระหว่างฟันหน้าห่างจนดูน่าเกลียด

     ๓.๓  ต้องไม่มีการสบของฟันที่ผิดปกติอย่างมาก จนทำให้ใบหน้าผิดรูป หรือ การเคี้ยวอาหารธรรมดาไม่ได้ผล

     ๓.๔  ต้องไม่มีถุงน้ำ (Cyst) เนื้องอก เนื้อร้าย การอักเสบเรื้อรัง โรคเหงือกอักเสบอย่างรุนแรง (Anug) หรือ

พยาธิสภาพอื่น ๆ ในปาก ซึ่งทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะข้างเคียงหรือสุขภาพของผู้สมัคร 

     ๓.๕  ลิ้นต้องไม่มี่ลักษณะดังต่อไปนี้

           - มีการเจาะลิ้นหรือทำลิ้นแฉก หรือการกระทำที่ทำให้เกิดความผิดปกติ ผิดรูปของลิ้น

๔.  หัวใจและหลอดเลือด

     ๔.๑  ภาวะลิ้นหัวใจผิดปกติอันเป็นผลมาจาก ไข้รูมาติซึ่ม (Rheumatic Heart disease)

     ๔.๒  โรคลิ้นหัวใจพิการ ไม่ว่าจะเป็นชนิดตีบตัน สเตนโนซิส (Stenosis) หรือชนิดไหลย้อน รีเกอร์ยิเตชั่น
(Regurgitation)

     ๔.๓  หัวใจวาย ซึ่งมีเลือดคั่ง (Congestive Heart Failure)

     ๔.๔  หลอดเลือดแดงโป่งพอง (Aneurysm) ที่ใดก็ตาม

     ๔.๕  หัวใจเต้นเร็วกว่า ๑๐๐ ครั้งต่อนาที หรือช้ากว่า ๕๐ ครั้งต่อนาที ในท่านอนพักตามปกติ หรือมี เอ.วี.บล๊อก (A.V.Block) หรือเต้นผิดปกติ ชนิดเอเตรียลไฟบริลเลชั่น หรือเอเตรียลฟลัทเตอร์ (Atrial Fibrillation or Atrial Flutter)

     ๔.๖  ความดันเลือดสูงกว่า ๑๔๐/๙๐ มิลลิเมตรปรอท และต่ำกว่า ๑๐๐/๕๐ มิลลิเมตรปรอท

     ๔.๗  มีการอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจ การหย่อนสมรรถภาพของกล้ามเนื้อหัวใจ (Myocardial Insuffieiency)

     ๔.๘  หัวใจและหลอดเลือดใหญ่พิการแต่กำเนิด (Congenital Malformations)     

     ๔.๙  สภาพรังสีเอ็กซ์ พบว่าหัวใจมีขนาดโตผิดปกติหรือการตรวจคลื่นหัวใจ (E.K.G) ผิดปกติ

     ๔.๑๐  หลอดเลือดดำขอดที่ถุงอัณฑะ ขา แขนหรือหน้าท้อง ซึ่งเป็นมากจนเห็นได้ชัด

๕.  ทรวงอกและระบบการหายใจ

     ๕.๑  รูปวิปริตของทรวงอกไม่ว่าจะเกิดจากกล้ามเนื้อ กระดูก ซึ่งเป็นเหตุขัดขวางต่อการทำงานของอวัยวะภายในหรือแลดูน่าเกลียด เมื่อแต่งเครื่องแบบทหาร

     ๕.๒  เนื้องอกของนม ทรวงอก

     ๕.๓  มีลม น้ำหรือหนอง ในช่องเยื่อหุ้มปอด

     ๕.๔  หลอดลมอักเสบเรื้อรัง พร้อมกับมีถุงลมในปอดพอง (Chronic Bronchitis with Emphysema)

     ๕.๕  หลอดลมขยายพอง (Bronchiectasis)

     ๕.๖  หืด หรือมีประวัติการเป็นหืด

     ๕.๗  วัณโรคปอด

     ๕.๘  ฝีในปอด (Lung Abscess)

     ๕.๙  ซีสของปอด (Lung Cyst)

     ๕.๑๐  โรคปอดเกิดจากเชื้อรา

     ๕.๑๑  นิวโมโคนิโอซิส (Pneumoconiosis)

     ๕.๑๒  มีวัตถุแปลกปลอมในเนื้อปอดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ใหญ่กว่า ๑ เซนติเมตร หรือวัตถุแปลกปลอมที่ทำให้มีปฏิกิริยาเกิดขึ้นในเนื้อปอด

     ๕.๑๓  ปอดบวม (Pneumonia)

๖.  โรคและความผิดปกติของผนังท้องและอวัยวะภายในช่องท้อง

     ๖.๑  ฟิสตูล่า (Fistula) ที่ผนังท้อง

     ๖.๒  ไส้เลื่อน เว้นแต่ได้รับการผ่าตัดเป็นปกติแล้ว

     ๖.๓  ตับหรือม้ามโต ซึ่งตรวจพบโดยการใช้มือคลำ

     ๖.๔  ดีซ่าน

     ๖.๕  ริดสีดวงทวารหนักที่เห็นได้ชัด

     ๖.๖  ฝีคัณฑสูตร (Fistula in-ano, Anal fistula)

     ๖.๗  ตับแข็ง (Cirrhosis of Liver)

๗.  ระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ รวมทั้งกามโรค

     ๗.๑  องคชาติถูกตัด โดยเหตุใดก็ตาม

     ๗.๒  ถุงน้ำลูกอัณฑะ (Hydrocele)

     ๗.๓  กามโรค

     ๗.๔  มีไข่ขาว (Albumin) หรือน้ำตาล (Sugar) ในปัสสาวะ

     ๗.๕  ไตอักเสบที่มีอาการบวม (Nephrosis with edema)และหรือไตอักเสบเรื้อรัง (Chronic Nephritis)

     ๗.๖  ไตพองเป็นถุงหนอง (Pyonephrosis)

     ๗.๗  ไตพองเป็นถุงน้ำ (Hydronephrosis)

     ๗.๘  นิ่วในไต (Renal Calculus)      

     ๗.๙  ไตถูกตัดออกแม้แต่ข้างเดียว

     ๗.๑๐  มีอวัยวะเพศกำกวม (Hermaphroditism) 

     ๗.๑๑  อัณฑะไม่ลงมาที่ถุงอัณฑะ ยกเว้นได้รับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว

     ๗.๑๒  อัณฑะเหี่ยวหดทั้งสองข้าง (Atrophy of testis)

๘.  โรคที่เกี่ยวกับภูมิแพ้  โรคต่อมไร้ท่อ  โรคเกี่ยวกับเมตาโบลิซึม โรคเกี่ยวกับโภชนาการ (Allergy,Endocrine system, Metabolic and nutritional diseases)

     ๘.๑  ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ไม่ว่าจะมีคอพอกหรือไม่ก็ตาม (Thyrotoxicosis with or without Goiter)

     ๘.๒  มิกซีดีมา (Myxedema)

     ๘.๓  เบาหวาน

     ๘.๔  เบาจืด

     ๘.๕  อโครเมกาลี (Acromegaly)

     ๘.๖  โรคอ้วนพี (Obesity) หรือค่าดัชนีมวลกาย (Body mass Index) มากกว่า ๓๐ kg/m2

     ๘.๗  โรคแพ้ภูมิตนเอง (Autoimmune disease)

     ๘.๘  มีภาวะซีด (Anemia) Hct น้อยกว่า ๓๐ %, Hb น้อยกว่า ๑๐ กรัม/เดซิลิตร

     ๘.๙  ฮีโมฟีเลีย (Haemophilia)

     ๘.๑๐  ปูร์ปูรา (Purpura) ภาวะที่มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ

     ๘.๑๑  ระบบภูมิคุ้มกันของเม็ดเลือดขาวบกพร่อง      

     ๘.๑๒  ผลการตรวจเลือดหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบีให้ผลบวก

๙.  แขนและขา

     ๙.๑  แขน ขา มือ หรือเท้า บิดเกแม้แต่เล็กน้อย

     ๙.๒  แขนหรือขา โค้งออกหรือเข้าจนผิดปกติ

     ๙.๓  นิ้วมือหรือนิ้วเท้าด้วนถึงโคนเล็บ

     ๙.๔  นิ้วมือหรือนิ้วเท้ามีจำนวนเกินกว่าหรือน้อยกว่าปกติ หรือนิ้วบิดเกจนทำงานไม่ถนัด

     ๙.๕  นิ้วมือหรือนิ้วเท้าเคลื่อนไหวไม่สะดวก จะเนื่องจากเหตุใดก็ตามจนทำให้อวัยวะติดต่อกับข้อนั้น ๆใช้การไม่ได้ดี

     ๙.๖  ช่องระหว่างนิ้วมือหรือนิ้วเท้าติดกัน

     ๙.๗  ซอกคอหรือซอกรักแร้ติดกัน

     ๙.๘  ข้อใหญ่ เช่น ข้อไหล่ ข้อศอก ข้อสะโพกและข้อเข่า หลวมหรือหลุดบ่อย ๆ (Dislocation) แม้แต่ข้อเดียว

     ๙.๙  ข้ออักเสบจนกระดูกเปลี่ยนรูป (Arthritis Deformans)

     ๙.๑๐  คอเอียงหรือแข็งทื่อเนื่องจากกระดูกหรือกล้ามเนื้อพิการ (Torticollis)

     ๙.๑๑  เท้าปุก (Club foot)

     ๙.๑๒  เท้าด้วนถึงข้อเท้า

     ๙.๑๓  ฝ่าเท้าไม่มีอุ้ง (Flat Foot)

     ๙.๑๔  แขนหรือขาทั้งสองข้างยาวไม่เท่ากัน หรือผิดรูปจนมองเห็นได้ชัด

๑๐.ระบบประสาท โรคจิตประสาทและโรคเกี่ยวกับบุคลิกภาพผิดปกติ

      ๑๐.๑  การเคาะกระตุก (Reflexes) มีมากและมีโคลนัส (Clonus)

      ๑๐.๒  ทำรอมเบอร์กไซน์ (Romberg’s sign) ไม่ได้ดี

      ๑๐.๓  การทดสอบการสัมผัสเสีย (Sensory Function test)

      ๑๐.๔  โรคทางจิตเวช

              ๑๐.๔.๑  โรคจิตที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง

              ๑๐.๔.๒  โรคอารมณ์แปรปรวนที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง

              ๑๐.๔.๓  โรคพัฒนาการทางจิตเวช

                         ๑๐.๔.๓.๑  ภาวะบกพร่องทางปัญญา (Intellectual disability) ที่มีระดับเชาว์ปัญญา ๗๐

                         ๑๐.๔.๓.๒ โรคหรือความผิดปกติในการพัฒนาการของทักษะทางสังคมและภาษา (Pervasive Development Disorder)

              ๑๐.๔.๔  ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด (Gender Identity Disorder)

      ๑๐.๕  อเฟเซีย (Aphasia) ความบกพร่องทางภาษาเนื่องจากพยาธิสภาพทางสมอง

      ๑๐.๖  พูดติดอ่าง

      ๑๐.๗  การใช้สารเสพติดหรือโรคติดสารเสพติด

๑๑.ผิวหนังและต่อมน้ำเหลือง

      ๑๑.๑  โรคผิวหนังและแผลทุกชนิดที่เป็นเรื้อรังและยากต่อการรักษา

      ๑๑.๒  แผลเป็นหรือปานที่หน้ามีเนื้อที่เกิน ๑ ใน ๔ ของใบหน้า หรือแลดูน่าเกลียด 

      ๑๑.๓   แผลเป็น ไฝ ปาน หูด (Wart) หรือ ซีสต์ (Cyst) ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายต้องไม่มีขนาดใหญ่
จนแลดูน่าเกลียด

      ๑๑.๔   ต้องไม่มีรอยสักบนร่างกาย

      ๑๑.๕   โรคของท่อน้ำเหลืองหรือต่อมน้ำเหลือง

๑๒.การตรวจด้วยรังสีเอ็กซ์ของทรวงอกมีพยาธิสภาพ

๑๓.โรคหรือความพิการอื่น ๆ

      ๑๓.๑  โรคต่าง ๆ ที่ทำให้การเคลื่อนไหวผิดปกติอย่างเรื้อรัง

      ๑๓.๒   กล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่ง เหี่ยว ลีบ

      ๑๓.๓   กระดูกอักเสบ (Osteomyelitis)

      ๑๓.๔   กระดูกหักแล้วต่อไม่ติดหรือต่อแล้วแต่ทำให้อวัยวะหดสั้นลง

      ๑๓.๕   เนื้องอกร้าย (Malignant Neoplasm)

      ๑๓.๖   กระดูกสันหลังคดหรือโก่ง หรือแอ่นจากวัณโรคหรือเหตุอื่นๆ (Scoliosis, Kyphosis, Lordosis)

      ๑๓.๗   ศีรษะและใบหน้าผิดรูปจนแลดูน่าเกลียด

๑๔.โรคหรือความพิการใดๆที่ไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบนี้ แต่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าไม่สมควรรับเป็น
      นักเรียนจ่าอากาศ

๑๕.ขนาดพิกัดความสมบูรณ์ของร่างกายต่ำกว่าเกณฑ์ต่อไปนี้

อายุ

(ปี)

ความสูง

(เซนติเมตร)

น้ำหนัก

(กิโลกรัม)

หน้าอกเมื่อหายใจเข้าเต็มที่

(เซนติเมตร)

๑๕

๑๖

๑๗

๑๘

๑๙

๒๐ ถึง ๒๑

๑๕๕

๑๕๖

๑๕๗

๑๕๘

๑๕๙

๑๖๐

๔๔

๔๕

๔๖

๔๗

๔๘

๔๘

๗๖

๗๘

๗๙

๘๐

๘๑

๘๒